Hypnotherapy คืออะไร

   

Hypnotherapy หรือการให้คำปรึกษาในระดับจิตใต้สำนึก (คนไทยเรามักคุ้นเคยกันในชื่อเรียกง่าย ๆ ว่าการสะกดจิต
หรือการสะกดจิตบำบัด) 
สะกดจิตบำบัด สะกดจิต 
การสะกดจิตหมายถึง การสร้างเงื่อนไขทางจิตวิทยาบางประการขึ้นมาเพื่อทำให้ระบบประสาทการรับรู้
(โดยเฉพาะประสาทการรับฟัง หรือ Auditory) ให้อยู่ในสภาวะพร้อมที่จะรับฟังคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาในระดับจิตใต้สำนึก
อันจะนำไปสู่การยอมรับ ต่อคำแนะนำ และในท้ายที่สุดก็นำไปสู่การแก้ไขคลี่คลายปัญหาตามเป้าหมายที่ได้กำหนดร่วมกัน
ระหว่าผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับคำปรึกษา
สะกดจิตบำบัด สะกดจิต 
สะกดจิตบำบัด สะกดจิต 
 
สำหรับประโยชน์ที่สำคัญของกระบวนการสะกดจิตบำบัด (Hypnotherapy) หรือการให้คำปรึกษาในระดับจิตใต้สำนึกประกอบไปด้วย
สะกดจิตบำบัด สะกดจิต 
  1. การสะกดจิตเพื่อแก้ไขปัญหาความเคยชินที่ไม่สร้างสรรค์ ความเคยชินนั้นหมายถึงสิ่งที่เราทำลงไปซ้ำ ๆ อย่างไร้เหตุผล เช่น การติดคำพูดเดิม ๆ การติดกิริยาและท่าทางเดิมๆ หรือแม้กระทั่งการติดความคิดแบบเดิม ๆ ซึ่งถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่บ่อยครั้งความคิดชินที่ไม่สร้างสรรค์ บางประการก็ก่อให้เกิดซึ่งปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาบุคลิกภาพหรือปัญหาการอยู่ร่วมในสังคมก็ตามที ทั้งนี้การสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยอาศัยการสร้างช่วงเวลาที่เหมาะสม (ผ่านกระบวนการ Hypnotherapy) เพื่อให้คำแนะนำต่อจิตใต้สำนึกโดยตรง เมื่อจิตใต้สำนึกอันเป็นแหล่งต้นตอของความเคยชินเหล่านั้นสามารถตระหนัก ถึงปัญหาและการแก้ไขได้ ปัญหาความเคยชินที่ไม่สร้างสรรค์ต่างๆ ก็จะคลี่คลายลงตามทิศทางที่ควรจะเป็นได้ดีมากยิ่งขึ้นภายหลังกระบวนการสะกดจิต
     
  2. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาการควบคุมน้ำหนัก ความอ้วนนั้นเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยๆ มันส่งผลโดยไปถึงบุคลิกภาพและสุขภาพของผู้คนโดยตรง หลักการง่าย ๆ มีอยู่ว่า “พลังงานจากอาหารทุกๆ 3500 kcal. ที่เราทานเกินเข้าไปกว่าความต้องการ ของร่างกายในแต่ละวันจะถูกสะสมเป็นไขมันส่วนเกินในปริมาณน้ำหนัก 1 ปอนด์ และในทางตรงกันข้าม หากร่างกายได้รับพลังงานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ไขมันสะสม 1 ปอนด์นั้นจะถูกดึงไปใช้ทุกๆ 3500 kcal. ที่ขาดหายไป” ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการลดน้ำหนักลง กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy นั้นไม่ได้ช่วยให้ไขมันในร่างกายลดลงได้โดยตรงก็จริง แต่กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy จะเข้าไปช่วยแก้ไขในส่วนของความเคยชินในการรับประทาน อาหารที่ไม่สร้างสรรค์อันเป็นแหล่งต้นตอที่แท้จริงของการสะสมไขมันส่วนเกิน นอกจากนี้กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy ยังสามารถช่วยในเรื่องของการเปลี่ยนทัศนคติการออกกำลังกายให้มีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีอย่างมากสำหรับการควบคุมน้ำหนัก **หมายเหตุ : หากไขมันส่วนเกินเกิดจากปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น ต่อมไทรอยด์บกพร่อง กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy ก็จะไม่สามารถช่วยเหลือได้
     
  3. การสะกดจิตเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียด ความเครียดเป็นปัญหาพื้นฐานที่พบได้ทั่วไป หากจะพูดว่าผู้คนในสังคมแต่ละคน ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องเผชิญปัญหาความเครียดของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้นก็ย่อมไม่ผิดนัก เพียงแต่ปัญหาความเครียดของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ความหนักเบาของปัญหา (ในความรู้สึกของเจ้าตัว) ก็ย่อมแตกต่างกัน และแน่นอนที่สุดว่าวิธีการจัดการปัญหา ความเครียดของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันออกไปเช่นกัน นอกจากนี้ความเครียดที่สะสม เป็นเวลายาวนานโดยไม่ได้รับการแก้ไขยังอาจเป็นต้นเหตุที่สำคัญอันจะนำไปสู่ปัญหา ทางสุขภาพอื่น ๆ ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าทางหลักการแล้ว เราสามารถจัดการความเครียดง่ายๆ ด้วยการ “ปล่อยวาง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับหลายคนหลายกรณี มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปล่อยวางปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังรุมเร้าเข้ามาในชีวิตได้ด้วยตนเอง ในกรณีเช่นนี้กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy สามารถให้คำแนะนำตรงไปสู่จิตใต้สำนึกเพื่อให้เกิด การเรียนรู้ที่จะตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการปล่อยวางซึ่งจะนำไปสู่ การเรียนรู้ที่จะปล่อยวางปัญหาต่างๆเหล่านั้นลง เมื่อปัญหาถูกวางลงจิตใจก็ย่อมสงบ สุขภาพจิตก็ย่อมดีขึ้นตามลำดับเช่นกัน
     
  4. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาอันสืบเนื่องมาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก (หรือในอดีต) มนุษย์แต่ละคนย่อมมีอดีตเป็นของตนเองและย่อมมีเรื่องราวความเป็นมาที่แตกต่างกันไป ประสบการณ์ในอดีตเป็นเครื่องหล่อหลอมให้เกิดบุคลิกภาพในปัจจุบัน เป็นความจริงที่ว่า เราสามารถเลือกเส้นทางเดินในปัจจุบันได้ แต่เราไม่อาจเลือกอดีตของเราได้ (เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้วและจบไปแล้ว) และในหลาย ๆ กรณีอดีตที่เลวร้ายบางประการ ก็อาจจะยังคงทำงานอยู่ในปัจจุบันภายในจิตใจของใครบางคนได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การเรียนรู้ที่จะมองเรื่องเก่าด้วยมุมมองใหม่ๆ (Reframing) หรือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง อดีตให้ผ่านเลยไปจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากประสบการณ์ เหล่านั้นได้ และแน่นอนว่าสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy สามารถช่วยเหลือผู้เข้ารับการให้คำปรึกษา ในระดับจิตใต้สำนึกให้ไปถึงจุดนั้นได้อย่างละมุนละม่อมที่สุด
     
  5. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ การนอนหลับสนิทเป็นปัจจัยพื้นฐานทางสุขภาพที่สำคัญประการหนึ่ง บ่อยครั้งที่สภาวะจิตใจอาจเกิดความตึงเครียดอันสืบเนื่องมาจากประสบการณ์หรือ ปัญหาความยุ่งยากใจบางประการทำให้สมองไม่สามารถที่คลายตัวและไปสู่การนอนหลับ พักผ่อนตามปกติได้ หากมีลักษณะอย่างนี้ไปนาน ๆ จนกระทั่งพัฒนาการเป็นความเคยชินก็ย่อมจะมีผลต่อสุขภาพโดยตรงได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับกระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy แล้ว ในเชิงกลไกการทำงานการของการทำสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy ในแต่ละครั้งจะใช้พื้นที่เวลาประมาณ 50% ของครึ่งแรก (ไม่ว่าการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy นั้น จะทำเพื่อแก้ปัญหาใดก็ตาม) ไปกับการพัฒนาความเคยชินที่จะปล่อยวาง ผ่อนคลาย (Deep Relaxation) รวมไปถึงการทำสมาธิ ดังนั้นกระบวนการ สะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy จึงมีความเหมาะอย่างที่สุดที่ใช้ในการจัดการปัญหา ความเครียด ปัญหานอนไม่หลับ ปัญหานอนหลับไม่สนิท หรือปัญหานอนหลับฝันมากเกินไป เมื่อผู้เข้ารับการให้คำปรึกษาถูกฝึกให้เรียนรู้ ที่จะปล่อยวางและผ่อนคลายในระดับลึกอย่างรวดเร็ว ปัญหาการนอนไม่หลับก็ย่อมคลี่คลายลงตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
     
  6. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ คำว่าพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ในที่นี้หมายถึงพฤติกรรมใด ๆ ก็ตาม ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือบางครั้งอาจจะส่งผลเป็นปัญหาบางประการ มายังการดำเนินชีวิตของเจ้าของพฤติกรรมหรือบุคคลที่อยู่รอบๆ ตัวเขา ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะรู้ดีว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นช่างเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้ เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกทุกข์ในใจในที่สุด ความจริงแล้วปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ โดยเนื้อแท้ก็คือความเคยชินนั่นเอง และดังที่ได้เคยกล่าวไปแล้วว่า กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy นั้นสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเคยชิน ของผู้คนได้อย่างดีเยี่ยม
     
  7. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาความรู้สึกกลัว กังวล หวาดระแวง และความเศร้า ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกกลัว กังวล และหวาดระแวงก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นกลไกทางอารมณ์ที่ธรรมชาติใช้ในการผลักดันให้มนุษย์ เกิดการป้องกันตนเองให้พ้นจากสิ่งที่ (คาดว่า) เป็นอันตรายต่อชีวิตของทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากสภาวะเหล่ามีมากเกินไป มีอย่างไร้เหตุผล หรือมีอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้แล้วล่ะก็ (อันสืบเนื่องมากประสบการณ์ และการเรียนรู้ของแต่ละคน) กลไกตอบสนองทางธรรมชาติเหล่านี้ก็ย่อมทำให้เกิด ปัญหาในการดำรงชีวิตในสังคมด้วยเช่นเดียวกัน ในกรณีเหล่านี้ กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy จะช่วยแนะนำให้จิตใต้สำนึกของผู้เข้ารับคำปรึกษา เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้าต่อความรู้สึกเหล่านั้นด้วยความกล้าหาญ และเผชิญหน้าด้วยรายละเอียดที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่รายละเอียดที่ถูกปรุงแต่งขึ้น ภายใต้ความเคยของจิตใต้สำนึก อันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่จะควบคุม และเอาชนะต่อความรู้สึกที่ไม่สร้างสรรค์เหล่านั้นในท้ายที่สุด และไม่เพียงแต่ความรู้สึกกลัว กังวล หรือหวาดระแวงที่กล่าวถึงเท่านั้น ความเศร้า ความโกรธ ความเกลียด ความประหม่า ความอาย หรือปรากฏการณ์ทางอารมณ์ ในรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่สร้างสรรค์ก็สามารถใช้กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy ในการแก้ไขได้ด้วยเช่นกัน
     
  8. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาสมาธิ คำว่าสมาธิในที่นี้หมายความสามารถในการจดจ่ออยู่สิ่งใด ๆ ก็ตามในระยะเวลาหนึ่ง ของระบบประสาทการรับรู้ในเชิงของการรู้สำนึก เมื่อระบบประสาทการรับรู้ของเราสนใจ อยู่กับสิ่งใดก็ตามจนในที่สุดระบบประสาทก็เริ่มที่จะตัดการรับรู้อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป จนที่สุดแล้วก็จะเหลือเพียงสิ่งที่เป็นเป้าหมาย นั่นหมายความว่าสมาธิได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (แน่นอนว่าสมาธินั้นย่อมมีระดับความตื้นลึกของมัน) ในหลาย ๆ กรณีเราพบว่าคนบางคน นั้นขาดความสามารถทางด้านสมาธิ พวกเขาเคยชินที่จะทำสิ่งต่าง ๆ พร้อม ๆ กันตลอดเวลา จนในที่สุดก็พัฒนากลายเป็นความเคยชินที่จะไม่สามารถจดอยู่กับสิ่งเดียวหรือสิ่งใดได้นาน ๆ และบ่อยครั้งพฤติกรรมเหล่านี้ก็มักจะก่อให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะ กับการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ในกรณีเช่นนี้ กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy จะช่วยพัฒนาความสามารถในเชิงสมาธิให้กับ ผู้เข้ารับการให้คำปรึกษา โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่จะฝึกคล้อยตามและจดจ่อไปเสียง ของผู้ให้คำปรึกษาไปจนกระทั่งตลอดกระบวนการบำบัด (ซึ่งมีกลไกทำนองเดียวกับการฝึกทำสมาธิ) รวมไปถึงคำแนะนำในระดับจิตใต้สำนึกที่จะได้รับในแต่ละครั้งของการบำบัดอันจะนำไปสู่ ความสามารถในเชิงสมาธิที่พัฒนายิ่งขึ้นเมื่อผ่านกระบวนสะกดจิตบำบัดไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง
     
  9. การสะกดจิตเพื่อแก้ปัญหาความมั่นใจ ความมั่นใจเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จเลยก็ว่าได้ เพราะความสำเร็จ ย่อมเกิดขึ้นได้เพราะการลงมือทำ และการที่คนเราจะลงมือทำหรือไม่ทำสิ่งใดโดยเจตนาก็ตาม ก็ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกมั่นใจแทบจะทั้งสิ้น และบ่อยครั้งเหลือเกินที่เราจะพบว่า การที่ใครบางคนจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตของเขาได้นั้น ก็มีความไม่มั่นใจ ในตัวของเขานั้นเองเป็นเครื่องขวางกั้น สำหรับปัญหาความไม่มั่นใจนี้ กระบวนการสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy สามารถช่วยแก้ไขได้โดยการให้คำแนะนำไปสู่จิตใต้สำนึก เพื่อให้จิตใต้สำนึกตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพที่แท้จริงที่อยู่ภายในตัวตนของตัวเขาเอง

สะกดจิตบำบัด สะกดจิต